วิถี ของ ยูดาส

โทษฐานที่เคยเป็นทวยเทพเทวดาที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ มาก่อน ที่ปรึกษาปีศาจแดงคนปัจจุบันนี้อย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ จึงถูกแฟนบอลบางประเภทของ เชลซี เรียกอย่างไม่ให้เกียรติว่า ''ยูดาส''
"ยูดาส" (Judas) อันคือ ยูดาส อิสติดอยู่ริออต หนึ่งในอัครนักการทูตของพระเยซูคริสต์เจ้า ผู้คาบข่าวไปบอกทหารโรมันว่าคนไหนกันแน่คือพระเยซูจนถึงส่งผลให้ท่านถูกจับไปตรึงบนไม้กางเขนนั่นแล ด้วยเหตุนี้ & ฉะนี้ คำว่า "Judas" จึงแปลเป็นไทแก่ตัวได้ว่า "ไอ้คนหักหลัง"
ย้อนกลับไปในเกมที่ เชลซี บรรจงถีบ แมนฯ ยูไนเต็ด ตกรอบ 8 ทีมท้ายที่สุด เอฟเอ คัพ เมื่อกลางเดือนมี.ค.ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา กองเชียร์เจ้าถิ่นแผดเสียงโห่ไล่พลางร้องล้อเลียนสมัยก่อนผู้จัดการทีมของตนเองที่บุกมาเยี่ยมว่าเป็น "ยูดาส"
ข้างหลังพ่ายแพ้ศึกครั้งนั้นที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ – โชเซ่ มูรินโญ่ จึงส่งสารถึงกองเชียร์กรุ๊ปนั้นว่า…ก็ไอ้คนหักหลังคนนี้มีใช่หรือที่เคยเสกให้ทีมของพวกมึงครองแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 3 ยุค!
อืมมมมัธยม..บางเวลาผมก็รู้สึก "พ่อไม่เข้าใจตุ้ม" อย่างรุนแรงกับแฟนบอลบางชนิดในปัจจุบัน เฉพาะอย่างยิ่งกับแฟนบอลแบบใหม่ที่เติบโตมาในสมัยที่โลกเน่าๆของพวกเราถูกครอบงำด้วยระบบโซเชี่ยล เน็ตเวิร์ค อันเกิดแฟนบอลชนิดผ่าเหล่าที่ราษฎรเรียกขานว่า "เหี้ยนคีย์บอร์ด" ขึ้นมา แฟนบอลชนิดนี้มักจะขมักเขม้นกับทุกเรื่อง สัมผัสมิได้ โดนแซวมิได้ และแพ้ไม่เป็น แถมหมดอารมณ์ขันอีกต่างหาก
แน่นอนว่าแฟนบอลชนิดนี้สามารถพบได้อย่างเยอะมากอยู่ในโลกเปรียบเสมือนจริงนี่แหละ
บางเวลากองเชียร์ของ เชลซี ชนิดนี้อาจเกิดไม่ทันในสมัยแรกที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ลากความใหญ่โตกลับมาให้ เชลซี อีกรอบเมื่อทศวรรษที่แล้ว หรือแกล้งโง่ หรือปัญญาอ่อนเกินกว่าที่จะรู้เรื่องอะไรก็ไม่เคยรู้ ในขณะที่ความเป็นจริงมันก็เพิ่งผ่านไปไม่นานสักเท่าไหร่พวกเขาถึงไม่รู้จักว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่เคยหักหลัง เชลซี มิหนำดูเหมือนจะเป็น เชลซี ด้วยที่หักหลัง โชเซ่ มูรินโญ่
ตอนวางตูดอยู่บนตำแหน่งผู้จัดการทีมสิงห์บลูส์ ที่ปรึกษาชาวขนมฝอยทองผู้นี้ทำทุกๆอย่างเพื่อความสำเร็จของสโมสร แม้ต้องแลกเปลี่ยนมาด้วยความชังก็ตาม แต่ผลตอบแทนที่ได้รับกลับมาคือการถูก "คิดคดทรยศ" ถึง 2 ครั้ง 2 ครา
ถ้าหากคนไหนกันแน่ไม่เชื่อ เวลาพบตัวเป็นๆของ "มูมู่" ก็ทดลองขอพี่มึงมองแผ่นข้างหลังได้เลยครับ ถ้าพี่มึงยอมเปิดให้มอง คุณจะพบอะไรที่เรียกว่า "รู" อยู่รอบๆกลางข้างหลังถึง 2 รู
รูอันดับหนึ่ง – พี่มึงถูกเจ้าของทีมชาวรัสเซียเอามีดปากฉลามที่สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคที่ยังใช้ชื่อว่าโซเวียตทิ่มแทง ข้างหลัง เชลซี สูญเสียความใหญ่โตให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนถูกเนรเทศออกมาจาก เดอะ บริดจ์ พร้อมข้อจำกัดมากไม่น้อยเลยทีเดียว อาทิเช่นห้ามรับงานผู้จัดการทีมโดยทันที รวมถึงห้ามเป็นที่ปรึกษาให้ทีมอื่นในอังกฤษภายในระยะเวลา 1 ปี
จนกระทั่งแผลฉกรรจ์จากมีดปากฉลามสมานกันดีจึงกลับมาจูบปากกันใหม่ คราวนี้ "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" ช่วยให้ เชลซี กลับมาผงาดง้ำค้ำเมืองหลวงลูกหนังอีกรอบ
แต่เพียงแค่ฤดูต่อมาที่ที่ปรึกษาผู้หยิ่งยโสถูกลูกทีมตัวเองเอามีดปลายแหลมสำหรับหั่นปลามากุโระ ความยาว 1 ฟุตกว่าๆกะซวกเข้าที่กลางข้างหลังทะลุถึงหัวใจเป็นรูที่ 2 ในชีวิต
แค่นี้ไม่พอ ลูกทีมของเขาบางคนยังสั่งซื้อ "ศาสนาเชนซอว์" (Chainsaw) จากรัฐเท็กซัส เพื่อเอามาเลื่อยขาเก้าอี้ผู้จัดการทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ จนถึงขาดสะบั้น ส่งผลให้พี่มึงถูกโคตรมหาเศรษฐีชาวรัสเซียคนเดิมเนรเทศออกมาจากอาณาจักร สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นคำรบที่ 2

เมื่อไม่มีพันธะสัญญาจิตใจใดๆต่อกันแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ ก็มีสิทธิ์ร่วมงานกับท่านปีศาจ หรือสโมสรไหนก็ได้โดยไม่ผิดข้อตกลงและมารยาทมิใช่หรือ?
นอกจากนี้ เชลซี กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่ใช่คู่สมรส-คู่แค้น, คู่เวร-คู่กรรม หรือคู่บุญ-คู่บรรพชาของกันและกันในประวัติศาสตร์ลูกหนังซะหน่อย
ที่สำคัญคือในการเจอกัน 2 คราวแรกของฤดูนี้ เชลซี ก็เป็นฝ่ายมีชัยอย่างงดงามทั้ง 2 ครั้ง
มันขาดเหตุผลอันใดเลยครับที่แฟนบอล เชลซี บางประเภทจะไปเรียกสมัยก่อนที่ปรึกษาทีมตัวเองว่า "ยูดาส"
นั่นคือเหตุผลที่กล่าวว่าเพราะเหตุไร โชเซ่ มูรินโญ่ ถึงชูสามนิ้วพลางเอากำปั้นขวาตีไปบนทรวงอกข้างซ้ายของตนเองที่มีตราปีศาจสามง่ามประทับอยู่ คล้ายอยากได้บอก "คนรักเก่า" ของตนเองว่า "ไอ้เชี่ย!…เราไปฆ่าพ่อมึงเหรอ?" เอ๊ย! ไม่ใช่ คล้ายอยากได้บอก "คนรักเก่า" ของตนเองว่า "กูนี่ล่ะที่เสกให้ทีมของพวกมึงครองแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 3 ยุค และเดี๋ยวนี้เราคือปีศาจแดง"
เข้าใจว่าพี่มึงคงจะแค้นฝังหุ่นมากมายครับที่แพ้ทีมเก่าของตนเอง 2 ครั้งติดต่อกัน – โดนไป 5 ดอกย้ำๆโดยเอาคืนมิได้เลย แถมถูกตราหน้าว่าเป็นไอ้หักหลังอีก
การเผชิญหน้ากับ เชลซี เป็นครั้งที่ 3 ในฤดูกาลจึงถือได้ว่าเป็นการศึกครั้งสำคัญที่สุดกาลครั้งหนึ่งในชีวิตของ โชเซ่ มูรินโญ่ เลยทีเดียว!
มันจึงนำไปสู่ "สูตรพิเศษ" ที่ที่ปรึกษาวัย 54 กะรัตผู้คั่งแค้นผู้นี้สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อกำราบทีมเก่าของตนเองโดยเฉพาะ
นั่นคือระบบการเล่นแบบ 2-2-4-2 ที่เป็นลูกผสมระหว่างสูตร 4-4-2 กับ 3-5-2
สูตรนี้มีผู้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค 2 ตัวอย่าง เอริก ไบยี่ กับ มาร์กอส โรโฮ ที่เป็นเหมือนเสาหิน 8 ศอกตอกเป็นหลัก – ขยับขึ้นไปคือผู้เล่นในตำแหน่งพิเศษอีก 2 คนอย่าง อันเดร์ เอร์เรร่า กับ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน รอทำหน้าที่ตามประกบ เอแด็น อาซาร์ กับ เปโดร 2 กองหน้าครึ่งหนึ่งปีกของ เชลซี ในแบบอย่าง "มึงไปไหน เราขอไปด้วยคนครับ"
สำหรับ 4 ตรงกลาง ประกอบด้วยมิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน มารูยาน เฟลไลนี่ กับ ปอล ป็อกบา ประกบข้างด้วยแบ็คครึ่งหนึ่งปีกอย่าง อันโตนิโอ วาเลนเซีย กับ แอชลี่ย์ ยัง ส่วนกองหน้า 2 สาวใช้ผู้เล่นที่มีความกระปรี้กระเปร่าและเร็วอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เจสซี่ ลินการ์ด ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่กล่าวว่าเพราะเหตุไร ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ถึงเป็นแค่เพียงผู้เล่นสำรอง
กลยุทธคือให้ อันเดร์ เอร์เรร่า กับ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน จับตายกองหน้าครึ่งหนึ่งปีกที่เป็นตัวทำเกมรุกของ เชลซี ในระบบ 3-4-3
นั่นเท่ากับว่าทั้ง เอแด็น อาซาร์ กับ เปโดร จะถูกเอาทิ้งจากเกมไปโดยปริยาย ช่วงเวลาที่หัวหอกคนเดียวอย่าง ดิเอโก้ คอสต้า จะต้องพบรุมกินโต๊ะจากทั้ง เอริก ไบยี่ และ มาร์กอส โรโฮ
มิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน รอทำลายจังหวะคู่ปรปักษ์และเชื่อมเกม
วิง-แบ็ค ทั้ง 2 ข้างวิ่งขึ้นวิ่งลง ทำหน้าที่ทั้งรุกและรับ
สำหรับกองหน้า 2 คน นอกเหนือจากจะมีความเร็วกว่ากองหลังของ เชลซี แล้วยังมีความขยันพลางไล่บดบี้และซอกซอยยิกไม่หยุดยั้งตั้งแต่ในแดนของคู่ปรปักษ์
เมื่อผู้เล่นปีศาจแดงวิ่งมากกว่าพลางเล่นอย่างมีระเบียบวินัยบนความขะมักเขม้นและทุ่มเทเต็ม 80,000 ตีนถีบ ก่อนหาจังหวะเล่นงานอย่างหยาบให้น้อยจังหวะ
ผลลัพธ์ที่ออกมา นอกเหนือจากจะกะซวกชัยอย่างสวยสดงดงาม ด้วยสกอร์ 2-0 แล้วยังไม่อนุญาตให้ เชลซี ยิงตรงกรอบเลยสักครั้ง!

ที่แท้ "สูตรพิเศษ" แบบเฉพาะกิจสูตรนี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาตั้งแต่เกมที่แล้วในศึก เอฟเอ คัพ ซึ่งเกมนั้น ฟิล โจนส์ ถูกวางไว้เป็นตัวพิเศษรอลามโซ่ เอแด็น อาซาร์ โดยเฉพาะ
รูปเกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด มิได้เป็นรองเจ้าถิ่นเลยด้วย จนกระทั่งแผนดันมาแตกซะก่อน เพราะความปัญญาอ่อนของผู้ตัดสินเฮงซวยอย่าง ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ที่ไล่ อันเดร์ เอร์เรร่า ออกมาจากสนามแบบไม่มีเหตุผล
มันก็น่าคิดเช่นเดียวกันครับว่าถ้าหากเกมนั้น "พี่น้อย" ไม่โดนไล่ออกซะก่อนFun88ผลจะออกมาอย่างไร
สุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด ก็หยุดสถิติแพ้ เชลซี อย่างช้านานเอาไว้ที่ 12 นัดหมาย (นับตั้งแต่ปี 2012) แต่มันจะต้องแลกเปลี่ยนมาด้วยการสูญเสียพลังงานอย่างมหาศาล ซึ่งม.ย.ผ่านไปเพียงแค่ครึ่งทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ซอกซอยยิกไปแล้วถึง 5 นัดหมาย
บางเวลามันอาจก่อให้เกิดผลเสียถึงเกมต่อไปก็ได้คนไหนกันแน่จะไปรู้ ??? อย่างไรก็ดี
โชเซ่ มูรินโญ่ สามารถจ่ายแค้นทีมเก่าที่เคยแทงตัวเองจากข้างหลังได้อย่างสาสม
แถมชัยของ "ยูดาส" ในนัดหมายนี้ยังทำให้ช่องว่างระหว่างการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกลดลงเหลือแค่ 4 แต้มอีกต่างหา
กับอีก 6 เกมที่เหลือในฤดูกาลนี้ เชลซี ยังถือไพ่เหนือกว่า สเปอร์ส ครับ เพราะพวกเขาพบโปรแกรมที่ค่อยกว่า
ก็แค่อย่าพลาดมาแล้วกัน

งานยากที่ถิ่นโอลดแทฟฟอร์ด

ข้างหลังการตกรอบยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยกมือยอมรับว่ามันคือข้อผิดพลาดของเขาที่ไม่สามารถที่จะทำให้นักฟุตบอลเล่นเกมรุกได้ในนัดหมายแพ้โมนาโก ตอนที่ โชเซ มูรินโญ ยืนยันปัจจุบัน ''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่พร้อมลุ้นแชมป์'' กำเนิดอะไรสังกัดสองกลุ่มดังจากเมืองแมนเชสเตอร์
ดูราวกับว่าสถานะการณ์ปัจจุบันมันเป็นไปในแนวทางของการตั้งตัว ถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเดินหน้าสองสามก้าว ทั้งสองโค้ชที่ได้รับการยอมรับว่าเก่งที่สุดในโลกในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ถึงกับออกปากเช่นนั้นเอาเรื่องของ เป๊ป ก่อน
ควันหน้าจากโมนาโกพบว่า "เรือใบสีฟ้า" ยังไม่สามารถที่จะยกฐานะตนเองให้ก้าวไปยังกลุ่มที่ใหญ่กว่าพรีเมียร์ลีก แม้จุดหมายของพวกเขาชัดเจนยิ่งนัก กระทั่งพวกเขามี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ปัจจุบันนี้โดนค่อนขอดว่าที่ได้แชมป์เพราะเหตุว่ากลุ่มบาร์ซ่ากับบาเยิร์น มิวนิค มันดีอยู่แล้วมองจากตัวเลข…ข้างหลังเกมโมนาโกพบว่ามันน่าสลดและก็ท้อแท้ใจกับการทุ่มทุนสร้างของอาบูดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป
ครึ่งแรกเสีย 2 ประตู แถมมิได้ยิงสักหนึ่งครั้ง อย่าว่าแต้ยิงเลย แค่ทำเกมให้ขึ้นไปหน้าบ้านโมนาโกยังยาก ที่สำคัญกองหลังโชว์ความอ่อนหัดให้เห็น ออกลูกสะเปะสะปะ ดินแดนกึ่งกลางสู้คนพลังหนุ่มโมนาโกมิได้
เป๊ป ถูกตั้งปัญหาว่าสกอร์ที่เหนือกว่า 2 ลูกคือสิ่งที่จำเป็นหรือไม่ต้องไปใช้กึ่งกลางรุก 5 คนโดยผลักภาระหน้าที่ให้ แฟร์นานดินโญ คนเดียวที่เป็นตัวตัดเกม ท้ายที่สุดมันเกิดขึ้นที่ตรงนั้นคือดินแดนกึ่งกลางแพ้ราบคาบดินแดนกึ่งกลางแพ้…กองหลังยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง คือปัญหาใหญ่ของกลุ่มในปีนี้
การเสียสองประตูครึ่งแรกทำให้งานยากเกิดขึ้นแม้กระนั้นพวกเขาสามารถยิงตีไข่แตกหรือลุ้นตีเสมอได้ ทว่าจากเกมครึ่งแรกไม่มีผู้ใดมองว่ามันเป็นเช่นนั้น ทุกคนมองว่ามีแม้กระนั้นจะโดนเพิ่มถ้าออกมาทรงนี้ ความแน่ใจมันก็สวนทางกัน…สิตี้ ต้องกลับมาพีคสุดๆไม่อย่างนั้นโดนถล่มเละ
เกมมองดีขึ้นแม้กระนั้นกว่าจะได้ยิงก็ปาเข้าไปนาทีที่ 65 โน่นคือจังหวะแรกที่ ซูบาสิช ได้เซฟ ก่อนที่ ซาเน จะยิงประตูตีไข่แตก อันเป็นประตูสำคัญ 2-1 ถ้าว่ากันตามจริงครึ่งแรกเกมดีขึ้นแปลกตา พร้อมยิงคืนได้ตลอด
แม้กระนั้นสิ่งที่เป็นปัญหาก็คือกองหน้าดันไม่คมอีก…ใช้ช่องทางเปลือง กว่าที่ ซาเน จะยิงตีไข่แตก และก็ตั้งแต่นั้นมาเป็นหน้าที่กองหลังที่มิได้ช่วยคุ้มครองปกป้องอะไรเลย โดน 3-1 ที่เป็นประตูสำคัญส่งโมนาโก เข้ารอบ 8 กลุ่มท้ายที่สุดจากผลบวก 6-6 ที่ได้จากยิงนอกบ้าน 2 ประตู
หลักสำคัญคือเกมรุกยังเพียงพอวางใจได้ว่าดี แม้กระนั้นเพียงพอเกมรับซึ่งยังไม่ปรับแก้และก็พร้อมเสียประตู มันทำให้แมนฯสิตี้ ล้มเหลว และก็เมื่อมองภาพรวมๆรุกพอใช้ได้ ดินแดนกึ่งกลางงั้นๆไม่แน่น ไม่ปึ้ก ข้างหลังพร้อมเสียเรือใบสีฟ้า จึงเป็นกลุ่มที่คล้ายๆกับลิเวอร์พูลคือ…."ขาดสมดุล" ในกลุ่มไป
รับห่วยแตก รุกพอได้ อย่างงี้ช่องทางบรรลุผลสำเร็จมีจำกัด ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่พวกเราเห็นคือประมาณนี้ ลุ้นพื้นที่ชปล. แม้กระนั้นลุ้นแชมป์คงจะยาก เพราะเหตุว่าความสมดุลของกลุ่มไม่มี มันขาดหัวใจสำคัญในกลุ่มไป เหมือนกับกลุ่มที่รับดี…แม้กระนั้นรุกไม่ได้ช่องบรรลุผลสำเร็จลดลง
เป๊ป ยอมรับข้างหลังเกมแพ้โมนาโกว่าเขาไม่สามารถที่จะทำให้ลูกทีมเล่นแบบดุดัน นิสัยเสีย และก็มีเกมรุกที่ดีเพียงพอในการชนะโมนาโก เขารับผิด ไม่โทษนักฟุตบอล แม้กระนั้นเชื่อว่าในใจคงมีผู้คนจำนวนมากที่ถูกกาชื่อทิ้งในซัมเมอร์หน้านี้แน่นอน
แผงข้างหลังในตอนนั้นอยากได้ฟูลแบกใหม่เพื่อมาเพิ่มไฟในการเล่น ไม่ใช่ชุดเดิมอย่าง ซาบาเลต้า, คิลชี, วัวลารอฟ หรือกระทั่งเซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง ออตาเมนดี้ ก็ไม่ใช่เซนเตอร์มีเกรดอะไรเยอะแยะ แม้จะติดกลุ่มชาติอาร์เจนตำหนิน่าก็ตาม

แผงข้างหลังนี่ยกแผง …จอห์น สโตน เองก็ต้องเล่นกับเซนเตอร์ที่หรูหรากว่าเขา ถ้าคาดหวังให้เขาคุมข้างหลังคนเดียวปัจจุบันนี้ กระดูกบอลไม่ถึง ในยุโรปนี่ชัดเลย มีปัญหาในการเล่นเกมขั้นสูง ตอนที่ดินแดนกึ่งกลางขาดตัวตัดเกมคุณภาพไป
แนวรุกนับว่าพอได้ ชุดนี้ ทั้ง กุน อเกรโร , ซาเน, ราฮีม ยังมีโอกาสปรับพฤติกรรมเองได้ ที่ดีเป็นส่วนตัวคือ เควิน เดอ บรอยน์ ตอนที่ สิลบา ปีถัดไปจะยิ่งโรยหนักกว่านี้
ดูแล้วอ่อนแรง…มันคืองานใหญ่สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในการทำกลุ่มให้ยิ่งใหญ่ในแถวหน้าของแวดวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก้าวไปคว้าชัยชนะยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยแรกให้แมนฯสิตี้ ซึ่งเป็นจุดหมายสูงสุดในการสร้างแบรนด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้อดทน
จากเพื่อนบ้านเสียงดังมายังเพื่อนบ้านที่มองเงียบๆไม่ฮือฮาราวกับช่วงซัมเมอร์ ที่มีความหวังเยอะแยะข้างหลังการแต่ง โชเซ มูรินโญ คุมกลุ่ม
ปัจจุบันแม้เข้ารอบ 8 กลุ่มท้ายที่สุดบอลยูโรปา ลีก และก็เหลือถ้วยเดียวที่ได้ลุ้นอย่างเป็นรูปธรรม มูรินโญ ให้สัมภาษณ์กับ แกรี ลินิเกอร์ พิธีกรรายการ "พรีเมียร์ลีก โชว์" ทางช่องสถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซี นานัปการหลักสำคัญที่สำคัญสุดเขาพูดว่า "พวกเรายังไม่พร้อมสำหรับการเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"คมมากสำหรับประโยคนี้ และก็มันไม่ต้องขยายความว่าอะไรต่อให้เยอะแยะ
"ผมรู้สึกว่าพวกเรายังไม่พร้อมสำหรับการมีไว้ในครอบครองยุทธจักรบอลอังกฤษ พวกเรายังไม่พร้อมที่จะมานะ, ชนะทุกเกม มันยังมีช่องว่างระหว่างความทะเยอทะยานตามธรรมชาติของกลุ่มยักษ์ใหญ่ และก็สิ่งที่พวกเราเป็นอยู่จริงๆในตอนนี้"มันยากขึ้นกว่าเดิม มันต่างจาก 10-20 ปีกลายอย่างสิ้นเชิง"
ผมว่าเขาสะท้อนอะไรได้ชัดเจนในประเด็นนี้ เขากำลังติดต่อสื่อสารกับแฟนแมนฯยูฯ ที่เต็มไปด้วยความคาดหวังขั้นสูงและก็ต้องมานะประพฤติแบบจมให้ลง เพราะเหตุว่ามันจะเข้าข่ายเปลี่ยนเป็นแฟนลิเวอร์พูลที่รู้สึกแบบนั้นมาตลอด 26 ปี ภายหลังจากได้แชมป์ลีกหนสุดท้ายปี 1990อีกประโยคเด็ดหนึง่ที่สำคัญคือ "ผมมาดำเนินงานกับสโมสรที่น่าโศกเศร้าใจ"อันนี้ว่าคนใดกันนะ…ลองอ่านกันมอง เอาสำคัญๆคือเขาบอกว่า "ถ้าเป็นผมจะไม่ขาย อังเคล ดิ มาเรีย, ชิชาริโต้ และก็ ดินแดนนี เวลเบค"
เชื่อว่าสามคนนี้อาจได้รับความรู้สึกเชิงขัดแย้งจากแฟนผีแน่ๆเพราะเหตุว่า ดิ มาเรีย มาในช่วงที่กลุ่มตกลงไปจากเดิม ตอนที่ เวลเบค ก็ไม่ได้รับความยินดีเยอะแยะนัก ส่วนชิชาริโต้ นั้นน่าจะเป็นขวัญใจอยู่ทว่าเชิงแทกตำหนิกแล้ววิธีขาย เวลเบค และก็ ชิชาริโต้ ออกไปมันคือคุณขาดกองหน้าตัวจบสกอร์
ส่วน ดิ มาเรีย นั้นคือนักฟุตบอลที่ มูรินโญ ประทับใจ และก็เป็นนักฟุตบอลคนแรกที่เขาซื้อไปร่วมกลุ่มเรอัล มาดริด และก็ ดิ มาเรีย ก็กลับเข้าสู่ฟอร์มทอปของเขาอย่างเดิมกับกลุ่ม เปแอสเช เชื่อว่าถ้า มูรินโญ อยู่กับกลุ่มเร็วกว่านี้เขาก็ซื้อมาร่วมกลุ่มและก็ใช้งานเป็นตัวเดินเกมให้แนวรุก
ส่วนนักฟุตบอลที่ มูรินโญ ไม่เอ่ยชื่อว่า ถ้าเป็นเขาจะไม่ซื้อมาร่วมกลุ่ม ซึ่งพวกเราเองสามารถทายใจได้ไม่ยากเพราะเหตุว่าจากสิ่งที่เขาปฏิบัติในสนามแข่งและก็การจัดกลุ่มลงเล่นทุกสัปดาห์เพียงพอจะนำชื่อมาเฉลยกันได้ไม่ยากมูรินโญ มีมรรยาทและก็มืออาชีพมากพอที่จะไม่กล่าวถึงและก็มันไม่ควรกล่าวถึง แม้กระนั้นผมเชื่อว่าไม่ใช่แฟนผีก็ทายใจได้ไม่ยาก
สิ่งที่ผมเชื่อว่าแฟนผีและก็แฟนบอลทั่วไปต้องประทับใจกับการให้สัมภาษณ์ในประโยคต่อมาพร้อมกับ ลินิเกอร์ ว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่มีความยิ่งใหญ่มาก ไม่จำเป็นต้องไปแชมเปี้ยนส์ ลีกเพื่อดึงดูดนักฟุตบอลมาร่วมกลุ่ม"
เขากล่าวถึง…อิบราฮิโมวิช ควรจะอยู่กับ ปารีส, ป๊อกบา ควรจะอยู่กับยูเวนเหม็นตุส และก็ มคิทาร์ยาน ควรจะอยู่กับดอร์ทมุนด์ถัดไปถ้านักเตะนึกถึงหัวข้อการเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก และก็เขาเองรู้สึกแฮปปี้มากๆถ้านักฟุตบอลตกลงใจไม่ย้ายมาเพราะเหตุว่ากลุ่มมิได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก เขาจะดีใจมาก ที่มิได้นักฟุตบอลอย่างงี้มาร่วมกลุ่ม
พูดง่ายๆว่า นักฟุตบอลควรมีใจมาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด ด้วยข้อแม้เดียวคือเพราะเหตุว่านี่คือแมนฯยูฯ ไม่ใช่กลุ่มที่ต้องไปเล่นชปล. หรือมีโอกาสไปเล่น
จริงนะครับ…การพูดอย่างงี้ไม่ใช่เอาใจหรือแค่ให้เกียรติ แม้กระนั้นมันคือรูปแบบการทำงานของ มูรินโญ และก็ผมเชื่อว่าโค้ชทุกคนต้องมีแนวทางอย่างงี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็คงจะไม่อยากนักฟุตบอลที่มาเล่นกับกลุ่มเพื่อ "เงิน" , ศักดิ์ศรี หรืออะไรนักฟุตบอลจะมาเล่นกับกลุ่มนี้เพื่อ "สโมสรที่นี้"
มันยังไม่สิ้นสมัยหรอก…เพราะเหตุว่าท้ายที่สุดแล้วกลุ่มที่ใช้เงินทุ่มซื้อนักฟุตบอลก็จะใช้เงินซื้อนักฟุตบอลตลอดระยะเวลา ไม่สามารถที่จะดึงนักฟุตบอลที่มีความสามารถและก็มีจิตใจต้องการบรรลุผลสำเร็จกับกลุ่มมาร่วมกลุ่มได้ ปัญหาของสองกลุ่มจากเมืองแมนเชสเตอร์ นั้นคนละแบบ
ตอนที่ เป๊ป พูดว่าไม่สามารถที่จะทำให้นักฟุตบอลเล่นเกมดังที่เขาอยากได้ได้ และก็กลุ่มคงจะจะต้องมีความเคลื่อนไหวในซัมเมอร์ มันก็คล้ายๆกับ มูรินโญ เพียงแค่ มูรินโญ มีรูปแบบการทำงานของเขาที่ยืนยันอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า
"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากได้นักฟุตบอลที่มีใจต้องการมาเล่นให้แมนฯยูไนเต็ด โดยมีเงื่อนไขเดียวเพราะเหตุว่านี่คือแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด"       

ศึกใหญ่ หงส์แดง vs สเปอร์ส

บิ๊กแมตช์คงสุดสัปดาห์นี้…คงไม่มีอะไรมากไปกว่าการแย่งชิงสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์ส
ภายใต้ความกดดันคนละแบบสองแบบ
แน่ๆขอรับ…ในทางทฤษฏีเราสามารถอ้างได้ว่าสองกลุ่มนี้ยังมีความหวังอยู่บ้างในการลุ้นแชมป์ แต่ว่าในทางปฏิบัติ ในทางความรู้สึก ในทางประสบการณ์ของแฟนบอลและก็งานข่าว มั่นอกมั่นใจได้ว่า สเปอร์สกับ ลิเวอร์พูล ถูกตัดชื่อออกไปจากสาระบบการลุ้นแชมป์เป็นระเบียบแล้ว
แม้เหลืออีก 14 นัดหมายรวมถึงนัดหมายล่าสุดด้วย…แต่ว่าเชื่อเถอะว่า กระทั่งแฟนหงส์เองยังสั่นหน้า แฟนไก่รู้สึกถอดใจกับทั้งช่องว่างที่ห่างและก็ฟอร์มของเชลซี "หัวหน้าฝูง" ที่ยังคงเส้นคงวา ไม่พลาดท่าอะไรกล้วยๆ
มีแต่ว่าสิงห์บลูจะมุ่งหน้าเข้าหาแชมป์ขึ้นทุกอาทิตย์
โอเคขอรับ…มาว่ากันถึงเกมบิ๊กแมตช์ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์สที่แย่งสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ถามว่าคนใดกันหนักกว่ากันมันคนละแบบ
หงส์แดง อาจจะหนักในแง่ว่าก่อนลงไปในสนามพวกเขามีโอกาสร่วงไปอยู่ชั้น 6 เนื่องจากว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชั้น 6 จี้มาเหลือ 1 คะแนน พวกเขาลงไปในสนามก่อนพบกับวัตฟอร์ด หากเก็บสามแต้มได้ ซึ่งมั่นใจว่าจังหวะเก็บสามแต้มนั้นมีแน่
"ปีศาจแดง" จะแซงขึ้นชั้น 5 หรือดีกว่านั้นเป็นชั้นสี่ถ้าหากอาร์เซนอลในช่วงหัวค่ำดันแพ้ฮัลล์ สิตี้ คาบ้าน
ถึงจุดนี้ฟุตบอลเป็นศาสตร์ที่พัฒนาได้เท่ากัน สามารถแพ้ชนะกันได้ในเกมเลย ไม่มีใครเหนือชั้นกว่าเป็นรองมากนัก กลุ่มขนาดเล็กพร้อมสุ้ พร้อมฝ่าเพื่อความมีชัย เพื่อสามคะแนนกับกลุ่มใหญ่ หากไม่เหนือกว่ามากนัก วางแทกติเตียนกมาแล้วใช้ได้ผล
พวกเขามีสิทธิ์ชนะในเกมเช่นเดียวกัน
จุดที่กลุ่มขนาดเล็กจะเป็นรองกลุ่มใหญ่มีเรื่องเดียวเป็น "ความคงเส้นคงวา" อันมีสาเหตุจากประสิทธิภาพของกลุ่มแนวลึก ที่คงรักษาฟอร์มที่ดีแบบนานๆไม่ได้ อันนี้เป็นความต่าง แต่ว่าถ้าหากเปรียบเทียบกันเฉพาะแมตช์ต่อแมตช์ เพียงแค่ 90 นาที
ราวกับเกมบอลถ้วย ราวกับเอฟเอ คัพ แพ้ไม่เข้ารอบ ชนะไปต่อ วางแทกติเตียนกอย่างงี้กลุ่มเล็กชนะกลุ่มใหญ่ได้เช่นเดียวกัน
แบบอย่างมีให้มองเห็นแล้วทั้งกับสเปอร์ส, อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ กระทั่งลิเวอร์พูลที่โดนกลุ่มเล็กด้านหลังตารางสอยมาหลายทีมแล้ว
นี่เป็นฟุตบอลยุคโมเดิร์น ที่ศาสตร์ฟุตบอลพัฒนาจนถึงสามารถเอามาใช้เพื่อแพ้ชนะกันได้ในเกมเดียวกัน แต่ว่าถ้าหากจะบอกถึงเกมระยะยาวทั้งซีซั่น ตรงนี้แหละขอรับที่แยกระดับของกลุ่มได้กระจ่าง และก็เราก็มองเห็นกัน…
ตอนนี้เมื่อกลุ่มใหญ่มาเจอะกัน… หรือกลุ่มขนาดใหญ่ ที่มีเป้าใหญ่กว่ากลุ่มเล็กมาเจอะกัน จะออกมาแบบไหนดี

เริ่มที่ ลิเวอร์พูล กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติการณ์ครั้งสำคัญในยุคของ เจอร คลอปป์ ถึงขั้นโดนสื่อเอาตัวเลขที่เขาดำเนินการใน 54 เกมแรกไปล้อเลียนว่าไม่ต่างอะไรจากยุค เบรนดัน รอดเจอร์ส คุมสักเท่าไหร่

อีกทั้ง…ตั้งแต่แมื่อปี 2017 เริ่มเปิดศักราชมาพวกเขาราวกับเป็นปีชง…ยังไม่ชนะคนใดกันในพรีเมียร์ลีก แถมแพ้ในแอนฟิลด์ต่อเนื่องกัน รวมถึงผลงานที่เลวทรามที่สุดตั้งแต่แมื่อสิ้นยุคของ รอดเจอร์ส ที่สำคัญเป้าหมายที่ฝันกันเอาไว้…

พังทลาย (ยกเว้นผม ที่ไม่เคยคิดตั้งแต่ตอนแรกว่าหงส์มีลุ้นแชมป์)

เอาดีๆนะ

เจอร คลอปป์กับกลุ่มบริหารเองวางเป้าไว้ที่ 4 ตั้งแต่ตอนแรก แต่ว่าเพียงพอ 13 นัดแรกหรือหนึ่งในสามของระยะทางพวกเขาทำแต้มนำหัวหน้าฝูงและก็ประพฤติตัวเป็นกลุ่มที่มีโอกาสลุ้นแชมป์ มันก็เลยสร้างความปรารถนาให้กับแฟนหงส์และก็สื่อมวลชนสายหงส์ที่เมอร์ซีย์ไซด์

go so big อะไรโดยประมาณนั้น

มาถึงจุดนี้….ถ้าหากจะถามว่าลิเวอร์พูลเล่นต่ำลงยิ่งกว่ามาตรฐานอะไรมั้ย ผมรู้สึกว่ามันคงไม่ใช่แล้วละครับ เนื่องจากว่าเรื่องจริงๆเป็นมันมาตรฐานเดิมที่เคยมีนั่นแหละ และก็เป้าหมายเดิมเป็นลุ้นที่ 4 ซึ่งก่อนเปิดซีซั่นหงส์เป็นเต็ง 6 นะครับ

ว่ากันตามตรง…อย่างที่เรารู้กัน แมนฯสิตี้, แมนฯยูฯ, เชลซี, อาร์เซนอล, สเปอร์ส และก็ลิเวอร์พูล มันถูกคาดหมายและก็จัดเอาไว้อย่างงี้อยู่แล้ว

โอเค…กลับมาอยู่ที่เดิม ณ จุดนี้ และก็การลุ้นทุกข์ยากราวกับที่้คาดการณ์กันเอาไว้แต่แรก และก็ใน 14 นัดหมายที่เหลือมันเป็นการรับรองว่าพวกเขาจะถึงที่กะไว้สี้หรือเปล่า และก็จำเป็นต้องชิงกันสุดชีวิตกับ 4 ขั้นตอนแรกบวกกับแมนฯยูฯ ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น

ถ้างั้น…เจอร คลอปป์ จะจัดการกับปัญหาอย่างไรในเมื่อเกมรับเป็นปัญหาใหญ่ของกลุ่มไม่บางทีอาจถูกปรับปรุงแก้ไขหรือปกปิดด้วยเกมรุกอีกแล้ว เนื่องจากว่าเมื่อเกมรุกแคบ ทำอะไรคู่แข่งไม่ได้ เกมรับที่พร้อมเสียก็ทำให้กลุ่มแพ้ในทันที

อีกหนึ่งปัญหาที่มากขึ้นเมื่อซีซั่นผ่านไปเป็น "แทกติเตียนก" เกมรับของคู่แข่งในลีกกว่า 15 กลุ่มที่ไม่เปิดหน้าแลก และก็เกมรุกหงส์แดงหมดปัญญาเจาะ แถมไอเดียไม่หลากหลาย บอลหน้าเดียว แล้วยังไม่ได้เล่นเกมที่ถนัดเป็นเพรสสิง เนื่องจากว่าไม่รู้เรื่องจะเพรสอะไร มีแต่ว่า พาส อย่างเดียว

No pressing just passing or knock ball around.They cant get through tight defensive tactical.Lack of idea to break that.

ผมเขียนเองไม่ได้ลอกฝรั่งมา…เป็นไม่ได้เพรสหรือรุมแย่งบอล ได้แต่ว่าผ่านบอล หรือเคาะบอลไปๆมาๆในสนาม หาทางผ่านเข้าไปไม่ได้ ขาดไอเดียในการทำลายแทกติเตียนกเกมรับ

อย่างที่มองเห็นเป็นเพียงพอหาปากทางเข้าเขตโทษไม่ได้ และไม่จบด้วยการยิง แล้วเพียงพอส่งบอลพลาดโดนตัดได้ สวนกลับเสียประตู เนื่องจากว่าหลังลอย หรือเสียลูกเซตพีส ป้องกันไม่ได้ ก็โดนลงโทษในทันที ทำให้กลุ่มแพ้ติดๆกันมาตั้งแต่แมื่อปีใหม่

บอส เจเค ถูกตั้งข้อซักถามและก็มีบางคน แฟนหงส์บางคนนะครับ สะเหร่อ บอกไล่ออก และก็ขอเปลี่ยนโค้ช

แฟนบอลสมัยใหม่พวกนี้มักทำให้แฟนหงส์ส่วนใหญ่เสียเชื่อ…อึกทึก จะเปลี่ยนโค้ช อึกทึก ลุ้นแชมป์ ทุกปี

อะไรขอรับ…พวกคุณแก

เกมนี้ไม่ต้องวิจารณ์อะไรมาก…และก็เราก็ยังไม่รู้ดีว่าบอสเจเค จะจัดการกับปัญหาเกมรับได้ดีขนาดไหน เนื่องจากว่ามันยังแก้ไม่ได้มาตั้งแต่นัดแรกที่ชนะอาร์เซนอล 4-3 จนถึงเวลานี้ มีจุดเด่นก็คือสเปอร์ส ก็ไม่ใช่กลุ่มที่ย้ำเกมรับ

โน่นบางทีอาจทำให้ เกเก้น เพรสสิง ดำเนินการ…แต่ว่าจะได้ผลหรือไม่เพราะภาวะจิตใจเด็กหงส์เวลานี้สิ้นหวังและก็ขาดความมั่นใจและความเชื่อมั่นไปเยอะ

เวลาเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์จัดว่าเป็นกลุ่มในกรุ๊ปนำที่มีพื้นฐานเกมรับดี พลาดยากเสียยาก เกมรุกหวังผลได้ ขาดเพียงแค่เกมบางเกมที่พวกเขาควรชนะกลับไม่ชนะ ดันพลาดเสมอ และก็ที่สำคัญสเปอร์ส เจอกับกลุ่มในกรุ๊ปเดียวกันนั้น…

มีอุปสรรคต่อการเอาชนะเช่นเดียวกัน

ถ้าหากถามว่าบิ๊กแมตช์ระหว่างหงส์แดงกับไก่คาดหมายอะไร

บอกตามตรงไม่ใช่ออกตัว หงส์แดง ยังมีสิทธิ์แพ้คาบ้านได้อีก เนื่องจากว่าเกมรับทั้งส่วนตัว แบก, เซนเตอร์ และก็ส่วนระบบเกมรับ เมื่อรวมกับกองกลางมาพ่วงด้วย ยังไม่เริ่ดเลย มันมันมี mistake เกิดขึ้นได้ตลอด

อ้อ…ผู้เฝ้าประตูด้วย

วันดีคืนดีไม่รู้เรื่อง มันจะรับบอลกล้วยๆหลุดมือหรือปล่อยบอลลอดขาผ่านเส้นประตูเข้าไปหรือไม่

จุดบอบบางมันเยอะ…

ถามว่ากี่เกมแล้วขอรับที่ กองหลังหงส์แดงอยู่ๆมันก็เสียประตูแบบขาดเหตุผล ของฟุตบอล หรือจากการบุกของคู่แข่งเพียงแค่ 1 ครั้งก็เสียแล้ว โดยเฉพาะลูกโด่งนี่แหละ โดนประจำ และก็เพียงพอเสียประตูเกมก็เสียไป

บวกกับเกมรุกที่ย้ำบอลช่อง แต่ว่าไม่มีช่องให้เจาะ เนื่องจากว่าแน่นหมด รถบัสสองคัน จะเจาะแบบไหน เพียงพอเจาะช่องไม่ได้ ผ่านบอลกันไปๆมาๆก็ไม่ได้ยิง ไม่มีเกมรุกแบบอื่นๆอาทิเช่นครอสจากข้างๆ , เซตพีส, ยิงไกล

บอลครอสจากข้างๆยิ่งไม่ต้องหวังเลย…เนื่องจากว่ากองหน้่าหงส์ไม่ได้เก่งลูกโหม่ง นานคราวปีครั้ง จะโหม่งได้ประตู

นี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังจากถูกจับทางได้ และก็แนวทางนี้ใช้ได้ผลเพียงแค่ 50% ความมากมายไม่มีมากนัก เวลาเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์ เองเป็นกลุ่มที่ก็มีปัญหาไม่ได้ต่างอะไรกัน บางเกมเล่นดีครึ่งเดียว

บางเกมนึกจะหมดมุขก็ทื่อไปซะงั้น

ลักษณะคล้ายๆกันเพียงแค่…สเปอร์ส มีดีกว่าหงส์แดงในเรื่องเกมรับที่แน่นแฟ้นกว่า รัดกุมกว่า พลาดยากกว่า เบื้องต้นตรงนี้ทำให้สเปอร์ส จะพลาดยากและไม่ปล่อยให้กำเนิดวิกฤติการณ์ราวกับหงส์แดง

แบบหลุดแล้วหลุดเลย…

สเปอร์สจะพลาดยากแล้วถ้าหากพลาดจะกลับมาชนะในเกมถัดไปในทันที ไม่มีพลาดสม่ำเสมอแบบหงส์แดง ณ เวลานี้

ถ้าหากเปรียบเทียบกันแล้วเวลานี้ จุดอ่อนของหงส์แดงที่มาเพิ่มเติมเป็น "ขาดความมั่นใจและความเชื่อมั่น" ในกลุ่มซะแล้ว แล้วฟุตบอลที่เล่นด้วยความไม่มั่นใจ จังหวะผิดพลาดมีสูง จังหวะแพ้มีมากมายก่ายกอง จังหวะชนะมีน้อยในทันที

โดยเหตุนั้น…บทวิพากษ์บิ๊กแมตช์เกมนี้ ขอให้ติดตาม

1 การแก้ปัญหาเกมรับว่า บอสเจเค จะทำอย่างไรบ้าง และก็เกมรุกจะมีไอเดียเยอะขนาดไหน มีอะไรมาเพิ่ม รวมถึงขั้นตอนการเล่น…เล่นด้วยความเชื่อว่าทำได้หรือเล่นด้วยความไม่มั่นใจ งงงวยๆซุ่มซ่ามๆกันไป

2 สเปอร์ส เองเจอกลุ่มในกรุ๊ปทอป 6 จำเป็นต้องสอบได้ให้ได้เพื่อพื้นที่ชปล.

ส่วนรายละเอียดการปรับแก้อะไรนั้น ผมว่ารอดูหลังเกมจบมาว่ากันเป็นฉากๆมีอะไรบ้าง

ฟันธงมั้ย…

ชนะ, เสมอ และก็ แพ้ได้ เท่ากันทั้งหงส์และก็ไก่ ขอรับ ไม่ใช่กำปั้นทุบดิน เนื่องจากว่าคู่นี้เท่ากันหมดทุกอย่างในเกมฟุตบอล ณ เวลานี้

สิงห์ทางไม่เรียบ

ความปราชัยของเชลซีต่อ คริสตัล พาเลส เป็นเรื่องเกิดขึ้นได้ เพียงแต่ว่ามันน่าจะเป็นแค่เกมเดียวที่เรียกว่า one off แพ้แล้วแพ้ไป…กลับมาชนะได้ในทันที สถานะการณ์ตอนนี้คือนำสเปอร์ส 7 แต้มแข่งขันเท่ากันเป็นทีมสเปอร์สที่คือผู้ท้าแข่งตัวจริงมากกว่าทุกทีม จังหวะไม่เป็นใจที่โปรแกรมมาแข่งขันพร้อมคืนวันพุธ …คือถ้าสเปอร์สเตะก่อนแล้วชนะ แต้มเหลือ 4 น่าจะทำให้เกมคู่เชลซีต้อนรับการมาเยี่ยมของแมนฯสิตี้ เข้มข้นยิ่งนัก
แม้กระนั้นเมื่อโปรแกรมออกมาแบบนี้แล้วนำ 7 แล้วเตะวันเดียวกันก็ลุ้นกันไปสองสนาม ที่สำคัญเกมนี้หลายทีมร่วมลุ้นกับเชลซีด้วยโดยเฉพาะ ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล รวมทั้งแมนฯยูไนเต็ด คือเชียร์ให้เชลซีปิดบัญชี เรือใบสีฟ้าไปเลย
ว่ากันถึงสถานะการณ์ของเชลซีก่อนลงสู่สนามนัดนี้ก็มีแรงกดดัน ความเครียดกันบ้าง ภายหลังจากพ่ายคริสตัล พาเลส ติดอยู่บ้าน มันเสมือนมีอะไรมากระตุกต่อมสู้ของเชลซี ไม่ให้ลดน้อยลงไป นี่คือดีที่แต้มนำ 10 ทำให้ความปราชัยในลักษณะแบบนี้ มันเป็นเชิงบวกมากกว่าลบ
แพ้นัดเดียว..อย่างที่บอก เกมนี้อาจพบทีมใหญ่อย่างแมนฯสิตี้ แม้กระนั้นเอาเข้าจริงๆจุดบอดของสิตี้ เพียบเลย รวมทั้งเชลซี ก็ไม่จึงควรเล่นเพื่อชนะ เล่นรัดกุม รอตีหัวเข้าบ้าน เพื่อสามคะแนน ง่ายดายยิ่งกว่า
ถ้าหากย้อนไปมองผลงานในเกมที่แพ้พาเลส คงจะโทษคนใดกันมิได้เว้นแต่เกมรับของตัวเองที่ เสียสมาธิรวมทั้งออกลูกประมาท วิลฟรีด ซาฮา กับ เบนเตเก้ มากเกินความจำเป็น
ทั้งเกมเชลซีมีโอกาสซัดประตูตั้ง 24 ครั้งเข้ากรอบ 11 แม้กระนั้นได้มา 1 ส่วนพาเลส ยิงไป 8 เข้ากรอบ 3 เป็นสองประตู เกมแบบนี้มันมีเกิดขึ้นแน่ๆปัญหาที่ อันโตนีโอ คอนเต้ จำต้องปรับก่อนต่อกรกับเกมรุกสุดอันตรายจากแมนฯสิตี้คือ…อย่าเสียท่าเสียประตูก่อนสักครู่จะกดดันตนเองเปล่าๆเกมที่เจอกับพาเลส มันคือแรงกดดันอย่างหนึ่งที่ดันไปเสียประตู 2-1 แบบไม่เคยทราบเนื้อรู้สึกตัว
ด้วยเหตุนี้เกมนี้ คอนเต้ จำเป็นจะต้องปรับจูนเกมรับใหม่เพื่อรัดกุม ไม่พลาดและไม่เสีย เนื่องจากจะว่าไปเกมรับเชลซียังไงก็ยังมองเหนียวกว่าแมนฯสิตี้ มากไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้เกมนี้ คอนเต้ คงจะกลับไปยึดสูตรการเล่นแบบเดิมคือใช้กึ่งกลางรับสองคน กองเต้ จะยืนคู่กับ มาติเตียนชหรือ ฟาเบรกาส ซึ่งนัดที่แพ้พาเลส ส่งพร้อมสามคนเลย เชสก์ดันขึ้นไปสูงหน่อย…
นัดนี้อาจจำเป็นจะต้องส่ง วิลเลียน ลงมาเล่นเกมนี้พร้อมกับ เปโดร รวมทั้ง เอแดน อาซาร์ โดย คอสต้า ค้ำหน้า แนวรับชุดเดิม แค่ปรับพฤติกรรมผู้เล่นในแดนกึ่งกลางเท่านั้น ผมทายใจดวงใจ คอนเต้ ว่าคงจะเลือก ฟาเบรกาส เล่นกับ กองเต้ เนื่องจาก ฟาเบรกาส เปิดบอลยาวแม่นกว่า มาติเตียนช

การเล่นจังหวะสวนกลับแบบนี้ ฟาเบรกาส เป็นประโยชน์ เนื่องจากยังไง แมนฯสิตี้ ไม้่มีช่องทางรวมทั้งทีมเป๊ป คงจะจำต้องเล่นเกมรุกเข้าหา หรือไม่ก็ถอยคุมโซน ถ้าถอยก็เข้าทางเชลซี ที่จะเล่นเกมไปตามจังหวะ ถึงแม้ว่าจะบุกเข้าหายิ่งเข้าทางโต้กลับเชลซีมากขึ้น
ไม่ว่าเป๊ป จะเลือกคนใดกันลงสู่สนาม ออตาเมนดี, สโตน, คลิชี, ซาบาเลต้า ท่ีคงจะวิ่งลงสู่สนามแทน นาบาส ที่นัดก่อนเป็นหามขวา เกมนี้แดนกึ่งกลางอาจจำเป็นจะต้องใช้ ยายา ตูเร ลงเล่นกับ แฟร์นานดินโญ ตอนนี้หวยในเกมรุกจะไปออกที่คนใดกันจำต้องนั่งมอง
ดาบิด สิลบา, ราฮีม สเตอริง ที่นัดก่อนเบาๆไป เลอรอย ซาเน ทอปฟอร์ม รวมทั้ง เควิน เดอ บรอยน์ คือหัวใจเกมรุกของทีม กุน อเกรโร หน้าเป้าอย่างเดิม ถ้าให้ทายใจดวงใจ เป๊ป คงจะพัก สิลบา เนื่องจากตำแหน่งอาจจะทับกับ เดอ บรอยน์ ด้วยเหตุว่าเกมนี้จำต้องส่ง ยายา ตูเร ลงมาช่วยเกมแดนกึ่งกลางนั้นเองครับผม
จัดแบบไหน…แนวคิดของ เป๊ป คงจะเฝ้าบ้านมิได้ละครับ จำต้องออกมาเดินเกมรุกใส่เชลซี เนื่องจากพวกเขาอยากได้ชัยชนะมากกว่า อยากได้ยิงประตู ถ้ามัวแต่คุมโซน รักษาเชป เอาไว้ในแดน ดูท่าว่าไม่น่ารอ
เป๊ป คงจะเน้นย้ำเกมพาสสิง เข้าหาบุกเข้าใส่ วัดกับเชลซี ด้วยเหตุนี้จุดนี้ก็เลยเป็นการฉกฉวยพื้นที่แดนกึ่งกลางว่าคนใดกันจะคุมเกมได้มากกว่า
กองเต้ คู่ ฟาเบรกาส ปะทะ กึ่งกลางรุกของสิตี้ คือ เดอ บรอยน์ รวมทั้งจะมี ยายา ตูเร ดันขึ้นมา ส่วนแฟร์นานดินโย จำเป็นจะต้องเจอกับ อาซาร์ ให้ปวดหัวเล่น งานนี้สู้กันเผ็ดร้อนรุนแรง รวมทั้งเกมมีแนวโน้มจะออกมาดุเดือดเลือดพล่านอย่างไม่ต้องสงสัยถ้าเล่นเกมออกมาแนวนี้…เชลซี คงจะชิงเหลี่ยมของเกมไว้ได้ดีกว่า
ชั่วโมงนี้ไม่ใช่ว่า แมนฯสิตี้ ไม่สามารถที่จะเจาะแนวรับเชลซีได้ แม้กระนั้นสิ่งที่น่ากังวลคือ สโตน กับ ออตาเมนดี ไม่น่าจะต่อกรกับ คอสต้า รวมทั้ง อาซาร์ ได้อยู่ นั่นรวมถึง เปโดร กับ วิลเลียน ที่หวือหวา เร็ว จุดวินิจฉัยแพ้ชนะเกมนี้คงจะอยู่ที่เกมรับสองฝั่งมากกว่าเกมรุก
คล้ายกับที่ลิเวอร์พูลเสมอแมนฯสิตี้ ซึ่งเกมรับพลาดทั้งคู่ฝั่ง แม้กระนั้นเกมรุกไม่เด็ดขาดเอง ปิดบัญชีกันมิได้ แม้กระนั้นเกมนี้มีความแตกต่างตรงที่ เกมรับเชลซี รัดกุมกว่าเด็กหงส์ รวมทั้งรัดกุมกว่า เรือใบ ที่ตรงนี้คืองานยากของ เป๊ป เมื่อมองดูมายังเกมรับของตัวเองที่พึ่งเสียให้ปืนไปสองลูก
รับรองว่า…นัดนี้มีเสียประตูให้เชลซีแน่ๆครับผม แล้วถ้าเสียก่อน ผมมั่นใจว่าเที่ยวนี้จะไม่พลาดเมหือนนัดปัจจุบันอีกแล้ว นั่นคือการเสียสถิติที่นำก่อนแล้วแพ้ในเกมเป็นครั้งแรก แม้กระนั้นคราวนี้ถ้าเชลซี นำก่อน
จุดที่น่าสนใจคือ เป๊ป จะทำให้เกมรับของพวกเขาหรือการจัดระบบเกมรับ รัดกุมสูงที่สุดได้อย่างไร คอสต้า, อาซาร์, วิลเลียน, เปโดร แถมด้วย ฟาเบรกาส ขึ้นเติมเมื่อรุก มองผลงานในลีกแล้วจำต้องยอมรับว่าเกมรับของทุกทีมโดนกันหมดถ้วนหน้า ด้วยเหตุนี้ เป๊ป จำต้องติวเข้มการเล่นเกมรับเพื่อต่อกรกับมหันตภัยในเกมรุกของเชลซีที่เอ่ยนามมาทั้งปวง

แล้วมุมอื่นมีอะไรอีกมั้ย ผมมีความรู้สึกว่าคงจะไม่มีชะตากรรม หรือการวินิจฉัยบกพร่องอะไรมาส่งผลต่อเกมนี้ มันสู้กันด้วยแทกติเตียนกของโค้ชสองฝั่ง รวมทั้งผมมองว่า คอนเต้ จำต้องจี๋จุดบอดแมนฯสิตี้ คือทำไงก็ได้ให้มีพื้นที่ มีช่องว่าง รวมทั้งตอกย้ำความไม่รัดกุมที่เกิดขึ้นตลอดทั้งซีซั่น 32 ลูกที่เสียไปเฉลี่ยโดนนัดละหนึ่งลูกแน่ๆแล้วเป็นทีมในกรุ๊ปทอปที่เสียประตูมาก…แค่เสียน้อยกว่าเด็กหงส์เท่านั้นเอง ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่เหมาะกับการประสบความสำเร็จอะไรเลย เมื่อเกมรับยังไม่ถ้วนถี่ขนาดนี้ ถึงแม้ว่าจะพื่้นที่ ชปล. อาจจะวืดได้

 

11 นัดสุดท้าย

เสียงตะคอกแฟนบอลเชลซีดังสนั่นหวั่นไหวสนามโอลิมปิก ''พวกเรากำลังจะครองแชมป์ลีก''

แม้ อันโตนีโอ คอนเต้ ไม่เห็นด้วยและยังไม่หวั่นไหวกับสิ่งนี้ "ผมยังไม่คิดไกลขนาดนั้น ขอ 26 แต้มที่เหลือโน่นคือจุดหมาย"

กล่าวแบบนี้คือพร้อมเป็นแชมป์นั่นแหละครับผม

เชลซีเปิดศึกลอนดอน ดาร์บี้ อันเป็นเลิศในเหตุผลที่ว่าทำไมทีมจากลอนดอนมักมีปัญหาเรื่องการลุ้นแชมป์ลีก เนื่องจากว่าพวกเขามีทีมตัดแต้มอย่างต่ำปีละ10 นัด

เพื่อนๆในลอนดอนมีมาตรฐานระดับที่ค่อนข้างไม่ดีทีเดียว พร้อมตัดแต้มได้ทุกครั้ง จะในหรือนอกบ้านเรียกว่ามันคืองานยากสำหรับการลุ้นแชมป์ของทีมในลอนดอนสักครั้งมหนึ่ง นอกจากเจอศึกนอกเมืองแล้ว ในเมืองนี่แหละสำคัญไม่แพ้กัน

เชลซี คือทีมที่ทำสถิติชนะในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ มากที่สุด 118 ครั้ง เยอะที่สุดในบรรดาทีมร่วมมหานครใหญ่ มากกว่าอาร์เซนอล 1 นัด และก็นี่อาจเป็นเหตุผลหลักสมัย โชเซ มูรินโญ เข้ามาปฏิบัติงาน

จัดแจงเก็บคะแนนลอนดอน ดาร์บี้ ซะก่อน

เวสต์แฮม, อาร์เซนอล, สเปอร์ส, คริสตัล พาเลส คราวก่อนมีฟูแล่มแถมมาอีก ช่วงนี้ทีมลอนดอนในลีกสูงสุดมี 5 ทีมรวมทั้งเชลซีด้วย ฝั้งเหนือก็สเปอร์ส, อาร์เซนอล ฝั่งตะวันออก เวสต์แฮม ตะวันออกเฉียงใต้ คริสตัล พาเลส

ส่วนวัตฟอร์ด ไม่ใช่ทีมจากลอนดอน….เป็นเมืองเล็กๆอยู่ติดลอนดอนภาคเหนือ ไม่ไกลจากเวมบลีย์ จะกล่าวว่าเป็นคล้ายๆรังสิต คงจะนึกภาพออกครับผม

ด้วยเหตุผลดังกล่าว 8 นัดใน 4 ทีมที่จะต้องเจอคือ 24 แต้ม

เชลซี เก็บแต้มยากจากลอนดอน ดาร์บี้แล้วทั้งหมด 15 แต้มจากความมีชัย 5 แพ้ 2 คือแพ้อาร์เซนอล 0-3 แพ้สเปอร์ส 0-2 แต่ว่าแพ้สองทีมนี้พวกเขาก็วนกลับมาชนะ พอๆกับไม่ได้ไม่เสีย ส่วนอีกสามนัดหมายชนะพาเลส, เวสต์แฮม ไปกลับ เหลือเกมท้ายที่สุดในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ จะยากหรือง่ายขึ้นกับแต้มครั้ง Categories UncategorizedTags

ลุ้นกันไปกับไก่เดือยทอง

ทอตแน่มฮอตสเปอร์ ฟอร์มร้อนแรงในปี 2017 จริงๆ
ความมีชัยต่อวัตฟอร์ด ล่าสุด 4-0 ช่วงค่ำวันเสาร์ทำให้ช่องว่างลดน้อยลงเหลือ4 ปล่อยให้เชลซีกดดันนิดหนึ่งเวลากลางดึก เมื่อจำต้องเยี่ยมบอร์นมัธ
ความมีชัยล่าสุดเป็นแต้มที่ 32 จากความมีชัย 10 เสมอ 2 แพ้ 1 นับตั้งแต่ม.ค.เป็นต้นมาและตารางชั้นของพวกเขาเป็นหัวหน้าฝูงในระยะนี้…ว่ากันแบบนั้นได้ปัญหาเป็นว่า…แล้วมันจะทันมั้ยครับเนี่ย
ในความรู้สึกแฟนไก่ยังคงมีหวังอยู่…แต่ว่าในสนามบอลเมื่อมองไปยังเชลซี ที่นานๆสะดุดสักหนึ่งครั้ง พวกเขาแทบไม่พลาดในการเก็บความมีชัย ที่สำคัญอย่าว่าแต่ว่าแพ้เลยครับหลุดไปเสมอนั้นยังนานๆครั้งด้วยซ้ำผลงานของพวกเขาส่วนใหญ่เป็นชนะ เกมล่าสุดก็เช่นเดียวกันนี่เป็นเกมลำดับที่สามภายหลังจากแพ้คริสตัล พาเลส ติดอยู่บ้าน พวกเขากลับมาชนะรวดสองนัดทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ว่าจุดหนึ่งที่เชลซีเพียงพอมีปัญหาให้เรามองเห็นเป็นช่วงหลังเสียประตูบ่อยครั้งครับผม
อันนี้จำต้องมองว่า 7 นัดสุดท้าย อันโตนีโอ คอนเต้ จะปรับทีมอย่างไรเพื่อให้ลดการเสียประตู และลดแรงกดดันของทีมลงเชลซี ยังถือถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกในมือและเป็น title to loseทุกๆสิ่งทุกๆอย่างอยู่ในการควบคุมเกมของพวกเขาทั้งหมดทั้งปวง ด้วยเหตุผลดังกล่าวทอตแน่มฮอตสเปอร์ มีบทบาทชนะไปเรื่อยเพื่อรอดูสถานะการณ์
สิ่งหนึ่งที่แฟนไก่ปลาบปลื้มเป็นผลงานของทีมที่เกิดขึ้นในเวลาที่ทีมชุดแรกมีปัญหาทั้งเจ็บและฟอร์มหลุดไปบ้าง ตั้งแต่แนวรับจนกระทั่งกองหน้า มันดีเยี่ยม
คู่ฟูลแบกเกมล่าสุดเป็น เบน เดวิส กับ คีแรน ทริปเพียร์ คู่กึ่งกลางเป็น เอริก ถางเออร์ กับ เดมเบเล ศูนย์หน้าใช้ วินเซนต์ แยนเซน แทน แฮร์รี เคน ที่พึ่งหายเจ็บกลับมามีชื่อเป็นตัวสำรอง และช่วงที่เดี้ยงนั้น สเปอร์ส เก็บแต้มตลอด
เฉพาะในไวท์ฮาร์ทเลนนี่ล่าสุด 11 นัดติดต่อกันแล้วที่ชนะ เคยทำได้เหมาะสมที่สุด 14 นัดเมื่อปี 1987 ในสมัยของ เดวิด พลีธ เป็นผู้จัดการทีม แฟนไก่รุ่น "แมวเพชร" จำต้องนึกออกเป็นอย่างดี เนื่องจากสเปอร์สเป็นทีมที่มีทั้งผจก. และนักเตะตัวทอปของแวดวงมาเล่นด้วย
เรย์ เคลเม้นส์ เฝ้าเสา แกรี แมบบัตต์ คุมข้างหลัง กับ แกรี สตีเว่นส์ กองกลางก็ เกลน ฮอดเดิ้ล ปีกอย่าง คริส วอดเดิ้ล ดาวยิง ไคล์ฟ อัลเลน ที่นับว่าเป็นหนึ่งในดาวซัลโวระดับทอปของลีกใกล้เคียงกับ เหม็นเบื่อ รัช, แกรี ลินิเกอร์ ชุดนั้นมีกองหน้าทีมชาติเบลเยียมด้วยนะ…สเปอร์ส ไม่ขาดนักเตะเบลเยี่ยมในทีมคนใดกันนึกออกบ้าง…..
คิดดูว่าตัวทอป ตัวพ่อของแวดวงบอลมารวมตัวกันในทีมสเปอร์ส เพียงแค่ขาดเพียงแค่แชมป์ลีกเท่านั้น เนื่องจากไปไม่ถึงจริงๆ
ในลอนดอนจึงตกใต้ร่มเงาของอาร์เซนอลและเชลซี ในขณะนี้….มันสมน่าจะถึงเวลาของพวกเขาแล้ว ผมเองก็แอบเอาใจช่วยอย่างเงียบๆว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาทองของสเปอร์ส ซะครั้ง
ในสมัยของ เมาริสิโอ โปเชตติโนแฟนสเปอร์ส เพียงพอจะมีความฝันถึงแชมป์ได้ครับ มันไม่ใช่เรื่องไกลเหลือเกิน ปีที่แล้ว พวกเขาก็พลาดตกม้าตายช่วงท้ายซีซั่นปล้อยให้เลสเตอร์ สิตี้ ครอบครองแชมป์มหัศจรรย์ ของลีกไปครอบครองเช่นเดียวกันครับ…การพัฒนาทีมไก่กระทงของ เพียงพอช มันมีความเจริญก้าวหน้า
นักเตะชุดนี้เล่นเข้าขากันได้ดี ขาดเพียงแค่บางนัด บางเกม ที่จำต้องชนะ ไม่ว่าจะเจอกับทีมใหญ่หรือทีมเล็ก มันมีเพียงแค่บางนัดที่พวกเขาหลุด จนถึงทำให้การไล่ล่าแชมปฺ์เมื่อปีที่แล้ว และปีนี้ ทิ้งช่วงไปจริงๆถึงจุดนี้กลับมาห่าง 7 แต้ม แต่ว่าไม่ใช่เรื่องที่ควรจะยกเลิกความฝัน เมื่อมันยังไม่สิ้นเสียงนกหวีดนัดที่ 38 ยังได้ลุ้นกันต่อ

เกมนัดล่าสุด โปเชตติโน จัดทีมตามแทกติก และ "แนวคิด" ของเขาแจ้งชัดเมื่อพินิจพิจารณาฟอร์มคู่ปรับอย่างวัตฟอร์ด ที่มาเน้นรับมั่นใจๆไม่เสียประตูมาสองเกมต่อเนื่องกัน ทางด้าน วอลเตอร์ มาสซารี อาจไม่มีแผนการอื่นใด มาไวท์ ฮาร์ท เลน
ด้วยเหตุผลดังกล่าว วินเซนต์ แยนเซน จึงจำต้องรับบทบาทกองหน้าตัวเป้า ค้ำกับกองกลางวัตฟอร์ด ที่อาจยืนออกันหน้าจุดโทษ แน่นไปหมด แล้วตัวรุกสามคนที่สนับสนุน แยนเซนเป็นคริสเตียน เอริคเซน, เดลเล อัลลี และ ชอน เฮือง มิน จะรอช่วยทำเกมแดนสุดท้าย
แยนเซน บางทีอาจจะถูกค่อนขอดว่า…กองหน้าไร้สกอร์ เนื่องจากพึ่งยิงได้ประตูเดียวจากจุดลูกโทษด้วยซ้ำ แม้เขาเป็นดาวซัลโวมาจากพรีเมียร์ลีกของเนเธอร์แลนด์ แต่ว่าอาจไม่ช่วยอะไรถ้าหากไม่สามารถปรับพฤติกรรมเข้าระบบของสเปอร์สได้น่าสงสาร…เมื่อเขามาร่วมทีมเดียวกันกับ แฮร์รี เคน ที่ร้อนแรงอยู่แล้ว
เกมนี้ แยนเซน ปฏิบัติหน้าที่ค้ำ อาจเป็นตัวหลอก ให้ 3 ตัวรุกไก่โจมตี หรือเป็นตัวเป้าเข้าทำ หากมองจากเกมที่เกิดขึ้น เนื่องจากเขาสามารถเก็บบอล บังบอล เล่นกับ เอริคเซน ได้ มีจังหวะกลับบอลเข้าไปยิงระยะ 7-8 หลาตรงนั้นเจ้ากรรมบอลไปติดเท้า โกเมส ซะอีกก่อนสเปอร์สได้ประตู แยนเซน ได้โอกาส 3 ครั้งที่คงจะมีรายนามเป็นผู้ทำคะแนน แต่ว่าเขาก็พลาดไปหมด …เป็นไม่มีข้ออ้าง ศูนย์หน้า จำต้องยิงประตู จะสร้างจังหวะ หาจังหวะ อะไรก็ตาม หรือสามารถติดต่อประสานงานกันเพื่อนพ้องๆได้ดี
นี่เป็นปัญหาของ แยนเซน แต่ว่าสำหรับเกมนี้เขาเป็นแผนของ โปเชตติโน และเขาได้โอกาสนั้น เขาจำต้องคว้าเอาไว้ให้ได้ แต่ว่าเขาก็ทิ้งมันไปอีก
แยนเซน บางทีอาจจะทิ้งจังหวะทองไป…แต่ว่าแนวคิดของ เพียงพอช เวิร์ค ในมุมลำดับที่สามตัวรุกข้างหลัง แยนเซน ปฏิบัติหน้าที่ได้ค่อนข้างดี สลับหมุนเวียนกันวิ่งไปๆมาๆหน้าจุดโทษวัตฟอร์ต จนถึงสบโอกาสยิงประตู โดยเฉพาะลูกยิงของ เดลเล อัลลีสวยงามอย่างยิ่ง
รับบอลจาก ชอน เฮือง มิน หน้าจุดโทษ แล้วปั่นโค้งเสียบสามเหลี่ยมบน มันทำให้วัตฟอร์ด เองเล่นยากขึ้นและสเปอร์สเล่นง่ายขึ้น ก่อนที่จะโดนลูกสองจากนอกเขตอีก เอริก ถางเออร์ และปิดด้วย ชอน เฮือง มิน นอกจุดโทษอีก
แผนของ เพียงพอช มันเวิร์ค เมื่อใช้ แยนเซน ค้ำใน กองหลังยืนติดเส้น 18 หลา แดนกึ่งกลาง ถอนลงมาคุมโซน จ้องมอง รอดัก ไม่มาร์คกิ้ง หรือเข้าบอล ทำให้ สามพลังรุกไก่ ได้โอกาสเล่นกับบอลเยอะแยะ
ไม่ต้องเซตเข้าในแล้ว เนื่องจาก แยนเซน ยืนค้ำสะกดกองหลังไม่ให้ เดินขึ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวประตูจากนอกจุดโทษทั้งสามลูกในครึ่งแรกยืนยันแนวทางณ์ของ โปเชตติโน หมดแล้ว ลูก 4 และการลงไปในสนามของ แฮร์รี เคน เป็นของแจกฟรีว่าประสิทธิภาพของสเปอร์ส ในช่วงเวลานั้น โอเคเลย คล้ายกับเชลซี
ตัวเจ็บ มีตัวแทน แปลงแผน ยืดหยุ่นได้ สลับนักเตะบางตำแหน่งโดยไม่เสียหายหรือทำให้เกิดผลเสียต่อเกมการเล่น น่าเสียดายเพียงแค่ว่า…พวกเขาชอบหลุดในระยะเวลาเข้าได้เข้าเข็ม แบบว่าจี้ติดๆมาแล้วสะดุดซะงั้น
หากมองจากผลงานตั้งแต่ระยะแรกของซีซั่น 6-7 ครั้งแรกยังตามหัวหน้าฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต้มเดียว แต่ว่าผ่านถึงนัดที่ 12 เชลซี ขึ้นครอบครองหัวหน้าฝูง พวกเขาอยู่ที่ 4 และมีแต้มตามเชลซี 4 แต้ม โน่นเป็นใกล้เชลซีที่สุดจนกระทั่งช่วงค่ำวันเสาร์ก่อนหน้าที่ผ่านมาก็ 4 แต้มแต่ว่าภายหลังจากเชลซีบุกเฉือนบอร์นมัธ นุ่มๆความห่างกลับไปที่ 7 แต้มดังเดิม

หากจะมีอะไรบกพร่องเกิดขึ้นกับเชลซี ไม่ต้องแพ้ 3 ใน 7 หรอกครับ ผมว่าลุ้นแบบนั้นยากเกินและมหัศจรรย์เหลือเกินถ้าหากเชลซีจะแพ้คนใดกัน 3 นัดใน 7 นัดสุดท้าย เอาเพียงแค่เสมอสักสามนัด ผมว่ายังง่ายกว่าและมีทางเป็นได้
ผลเสมอสามนัดอาจซวดเซต่อตำแหน่งหัวหน้าฝูงแน่ๆ เนื่องจากมันจะหายไป 6 แต้ม แต่ว่าระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น ไม่รู้แหละช่วงไหน สเปอร์สจำต้องชนะรวด แต้่มห่าง 1 เมื่อไหร่ ก่อนปิดซีซั่นสักสองสามนัดผมว่า…แฟนไก่ จะได้ลุ้นมากกว่านี้
ไม่ต้องลุ้นให้เชลซีแพ้ ลุ้นให้แต้มเชลซีหายไปนัดละ 2 จากผลเสมอ ผมว่าง่ายกว่า และจังหวะจะเปิดกว้างกว่านี้ แต่ว่าเมื่อห่างกัน 7 แม้มองยากแต่ว่ายังคงมีหวังอยู่ครับผม มิได้ไกลซะทีเดียว ขั้นต่ำพรีเมียร์ลีกมีอะไรให้ตื่นเต้นอยู่บ้างสเปอร์ส ก็ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองเป็นชนะในเกมต่อไป อย่างน้อยที่สุดในสมัยของ เมาริสิโอ โปเชตติโน แฟนไก่เดินยืดได้แถวเซเวนส์ สิสเตอร์ได้มากกว่าแฟนปืนแชมป์ไหมอีกเรื่องหนึ่ง…แต่ว่าณ จุดนี้มันเป็นความเจริญก้าวหน้าครับ
สเปอร์ส ซื้อนักเตะเสริมทีมจริงแต่ว่าไม่ทุ่มทุนบ้าเลือดเหมือนทีมใหญ่ พวกเขาได้ส่วนผสมที่ลงตัว ผู้ฝึกสอนก็ชายหนุ่มไฟแรงที่รอเวลาเพิ่มการบรรลุผลให้เป็นรูปธรรม จากหนทางที่เดินมาถูกแล้ว
ช่วงต้นซีซั่นไปเสียรังวัดเสมอง่าย และไม่เก็บความมีชัยตลอด ทำให้การลุ้นแชมป์จึงขาดๆเกินๆมาถึง 7 นัดสุดท้าย ก็จำต้องลุ้นต่อไปครับ

ส่องดูประตู 2 บานของผีแดง

ประตูสู่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของพรรคพวกภูติผีปีศาจแดงและนาต่อไปนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 บาน

บานแรกเป็นต้องจบฤดูกาลด้วยอันดับ 2 ถึง 4 ของพรีเมียร์ลีกให้ต้องได้ (อันดับ 1 เชลซี จองไว้เรียบร้อย)

บานถัดมาเป็นต้องได้แชมป์ ยูโรปา ลีก เพียงสถานเดียวแค่นั้น

ถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด กะซวกแชมป์ ยูโรปา ลีก ในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ พวกเขาจะได้ไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน แถมเข้ารอบแบ่งกลุ่มเลย ไม่ต้องมา "เพลย์-ออฟ" ให้เสียเวล่ำเวลา

สมมุติว่าถ้าเกิด แมนฯ ยูไนเต็ด ครอบครองแชมป์ถ้วยเล็กของยุโรปได้สำเร็จ แต่ว่าไม่ติด 4 ขั้นตอนแรกของตารางพรีเมียร์ลีก ถามคำถามว่าทีมจากอังกฤษจะได้เข้าร่วมศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้งหมดทั้งปวงกี่ทีม?

เรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงกันมาตลอด
เพื่อความแจ่มชัดและเข้าใจตรงกัน ผมขออธิบายถึงเรื่องนี้เป็นข้อๆภายหลังจากทำการค้นหาข้อมูลและเรียนกฏข้อตกลงอย่างละเอียดถี่ถ้วน

1. ถ้าเกิด แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ ยูโรปา ลีก แต่ว่าดันไม่ติด 4 ขั้นตอนแรกของตาราง ทีมจากอังกฤษจะได้ไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้งหมดทั้งปวง 5 ทีม

ย้ำอีกทีว่า 5 ทีมครับผม และนั่นถือได้ว่าทีมอันดับ 4 พรีเมียร์ลีก ได้ไปเล่นแน่ๆ – อันนี้ขอยืนยันหนักแน่น

เรื่องที่ทำให้ราษฎรหลงผิดอย่างต้องหนัก เป็นเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เซบิญ่า ได้แชมป์ ยูโรปา ลีก แต่ว่าหลุดจากการเป็น 1 ใน 4 ขั้นตอนแรกของตาราง ลา ลีกา – สเปน ก็เลยได้โควต้าทั้งหมดทั้งปวง 5 ทีม แต่ทว่า บียาเรอัล ทีมอันดับ 4 ดันเสียท่าปราชัย โมนาโก ที่ฝรั่งเศสในรอบเพลย์-ออฟ เสียก่อน นำมาซึ่งการทำให้ทีม "เรือดำน้ำสีเหลือง" ไม่ได้เข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม ราษฎรเลยหลงผิดคิดว่าทีมจากดินแดนวัวกระทิงดุได้เข้าไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 ทีม โดยทีมอันดับ 4 อย่าง บียาเรอัล ถูกแชมป์ ยูโรปา ลีก อย่าง เซบิญ่า เบียดออกไป

2. ต่อปัญหาที่ว่าในฤดูกาล 2011-12 เชลซี ครอบครองแชมป์ถ้วยใหญ่ยุโรป แต่ว่าจบอันดับ 6 ของพรีเมียร์ลีก นำมาซึ่งการทำให้พวกเขาได้เข้าไปเล่นในฐานะแชมป์เก่า ในช่วงเวลาที่ทีมอันดับ 4 ของตารางอย่าง สเปอร์ส ต้องอดไปเล่นในถ้วยใหญ่ยุโรปซะงั้น

เหตุเพราะในขณะนู่น "ยูฟ่า"W88ยังไม่ได้แก้กฏ โดยอนุญาตให้แต่ละประเทศมีสิทธิ์เข้าร่วมศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นปริมาณสูงสุดที่ 4 ทีมแค่นั้น มากกว่านี้ไม่ได้

'น้องไก่' ที่อุตส่าห์ได้อันดับ 4 พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนั้นเลยโชคไม่ดีไปด้วยเหตุนี้

3. เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ยูฟ่า ก็เลยทำแก้กฏใหม่ โดยมอบ "สิทธิพิเศษ" ให้ผู้ครอบครองตำแหน่งแชมป์ ยูโรปา ลีก เข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เลย (ดังนี้เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้แต่ละทีมเน้นหนักในรายการนี้เยอะขึ้นเรื่อยๆ) ช่วงเวลาเดียวกันก็เพิ่มโควต้าให้ทีมจาก สเปน, เยอรมัน และอังกฤษ ทั้งหมดทั้งปวงแค่ 3 ประเทศ สามารถเข้าร่วมศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นปริมาณสูงสุดที่ 5 ทีม (ในกรณีที่แชมป์ ชปล.หรือ ยูโรปา ลีก ไม่ติดท็อปโฟร์) เหตุเพราะสมาคมจากทั้ง 3 ประเทศนี้มีค่าสัมประสิทธิ์ในถ้วยนี้ดีมากกว่าสมาคมจากประเทศอื่นๆในยุโรป

4. ย้อนกลับไปในฤดูกาล 2004-05 ลิเวอร์พูล ครอบครองแชมป์ยุโรปเป็นอย่างมากใหญ่ (อันนำไปสู่กลุ่มคำว่า "แชมป์ยุโรป 5 สมัย" ที่เด็กหงส์ชอบประกาศให้ราษฎรได้ทราบ) แต่ว่าฤดูกาลนั้น สมาชิกของ ราฟาเอล เบนิเตซ ดันไม่ติด 4 ขั้นตอนแรกของพรีเมียร์ลีก โน่นเป็นครั้งแรกที่เรื่องราวอย่างนี้เกิดขึ้น นำมาซึ่งการทำให้ "ยูฟ่า" เพิ่มโควต้าให้ทีมจากอังกฤษเป็นกรณีพิเศษเป็น 5 ทีม โดยไม่ตัดอันดับ 4 (เอฟเวอร์ตัน) ออกไป แล้วค่อยกลับมาเป็น 4 ทีมอย่างเดิมในฤดูกาลถัดมา ก่อนที่จะแก้กฏใหม่ตามที่เรียนไว้ในข้อ 3

5. กรณีเดียวที่ทีมอันดับ 4 พรีเมียร์ลีกในซีซั่นนี้จะอดไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกหมายถึงแมนฯ ยูไนเต็ด ต้องครอบครองแชมป์ ยูโรปา ลีก โดยที่ตนเองไม่ติด 4 ขั้นตอนแรก และ เลสเตอร์ ซิตี้ ลามกครอบครองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จนั่นแหละ

หวังว่าคงจะแจ้งชัดครับผม จะได้ไม่ต้องสงสัยหรือถกเถียงกันอีก

ต่อไปนี้กลับไปที่ประตูสู่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้ง 2 บานของ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกที

บานที่ 1 เป็นต้องติด "ท็อปโฟร์" ให้ได้ โดยถ้าได้อันดับ 4 ก็ต้องลงเล่นตั้งแต่รอบเพลย์-ออฟ

สถานการณ์ล่าสุด สมาชิกของ โชเซ่ มูรินโญ่ สามารถสลัดอันดับ 6 ที่กอดเอาไว้อย่างสนิทแน่นแบบครามครันตรงเวลากว่า 100 วันได้สำเร็จแล้วครับผม

เวลานี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ตามหลังทีมอันดับ 4 ของตารางอย่าง ลิเวอร์พูล อยู่เพียงแค่ 4 แต้ม แถมแข่งขันน้อยกว่าถึง 2 นัด

หมายความว่าถ้าเกิดกะซวกชัยชนะได้ทั้ง 2 นัด ในเกมหลงเหลือ ทีมภูติผีปีศาจแดงก็จะมีแต้มมากกว่าหงส์แดงทันที

ปัญหาของ แมนฯ ยูไนเต็ดหมายถึง11 นัดที่คงเหลืออยู่ในฤดูกาลนี้ของพวกเขามีศึกหนักระดับอภิพญามหายุทธให้ต้องเผชิญอีกถึง 4 นัด

– เชลซี ในวันที่ 16 ม.ย. (โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด)

– ศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ในวันที่ 27 ม.ย. (เอว่ากล่าวฮัด สเตเดี้ยม)

– อาร์เซน่อล ในวันที่ 6 เดือนพฤษภาคม (เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม)

– สเปอร์ส ในวันที่ 13 เดือนพฤษภาคม (ไวท์ ฮาร์ท เลน)

นี่เป็น "บิ๊กแมตช์" ทั้ง 4 เกมที่เหลือของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ ในช่วงเวลาที่ ลิเวอร์พูล ไม่ต้องเจอกับทีมที่ขนาดใหญ่กว่าตนเองอีกแล้ว

เฉพาะอย่างยิ่งในม.ย.เพียงเดือนเดียว พรรคพวกภูติผีปีศาจแดงต้องลงเตะแบบลืมติ๋มถึง 9 นัดด้วยกัน!

ต้องเซิ้งกับคู่ต่อสู้จนถึงขาลากถึง 9 นัดไม่เพียงพอ อาการขาดแคลนผู้เล่นสำคัญดันบุกมาเยี่ยม แมนฯ ยูไนเต็ด เอาในตอนนี้เข้าให้อีก

ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิ่ง, ปอล ป๊อกบา และมารูยาน เฟลไลนี่ มีลักษณะเจ็บครับผม ในช่วงเวลาที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ อันเดร์ เอรร่า เหลือโทษแบนอีกคนละ 1 นัด ส่วน บาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์ กับ มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ก็ถูกปล่อยออกมาจากทีมไปแล้ว

โชเซ่ มูรินโญ่ กำลังจะเจออุปสรรคต่อการจัดทีมอย่างเป็นไปไม่ได้เลี่ยง ตั้งแต่วันเสาร์นี้เป็นต้นไป แถมยังต้องสลับสับเปลี่ยนเวียนผู้เล่นให้เหมาะสมกับเกมมากที่สุดในช่วงหฤโหดนี้อีกต่างหาก

มันก็เลยนำไปสู่ปัญหาที่ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะทิ้งวิธีการทำอันดับในพรีเมียร์ลีกไปเลยดีไหม เพื่อเบนเป้าไปที่ ยูโรปา ลีก เพียงรายการเดียวไปเลย

ตกลงใจทิ้งพรีเมียร์ลีก ด้วยการจัดตัวสำรองหรือดาวรุ่งลงในสนามพลางเก็บผู้เล่นตัวหลักไว้ในเกมสำคัญแค่นั้น โดยเฉพาะในศึก ยูโรปา ลีก ที่เดินทางมาถึงรอบ 8 ทีมท้ายที่สุดแล้ว

อย่างนี้ "มูมู่" คงทำใจตรากตรำอยู่เช่นเดียวกันครับผม ในเมื่อคุณอุตส่าห์ไล่บี้ทีมอันดับ 4 เหลือเพียง 4 แต้มแค่นั้น โดยมีเกมในกำมืออีกถึง 2 นัด

อุตส่าห์ตะเกียกตะกายมามากพอนี้แล้ว มันคงน่าเสียดายแย่เลยครับผม ถ้าต้องจำใจต้องทิ้งการช่วงชิงอันดับ 3 หรือ 4 ไปทั้งที่ช่องทางยังคงเปิดกว้าง

สำหรับประตูบานที่ 2 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นตำแหน่งแชมป์ ยูโรป้า ลีก ซึ่งถึงเวลานี้ทางสู่ตำแหน่งแชมป์เหลือเพียง 5 เกมแค่นั้น

แล้วมองชื่อคู่ต่อสู้ที่หลุดเข้ามาในรอบ 8 ทีมท้ายที่สุด ขอบอกว่าไม่มีทีมไหนที่ชื่อชั้น – ศักดิ์ศรี – ประสิทธิภาพ และฟอร์มการเล่นที่เหนือกว่าภูติผีปีศาจสามง่าม ทั้ง อันเดอร์เลชท์, เซลต้า บีโก้, ปลอมงค์, อาแจ๊กซ์, ชาลเก้, ลียง และเบซิคตัส

อย่างนี้ถ้าเกิดไม่ได้เข้าถึงชิงฯ เป็นขั้นต่ำ นับว่า "เสียสุนัข" ครับผม

ถ้าลามกไม่ได้แชมป์ ขอบอกว่าน่าเสียดายมากมาย เพราะว่าคงไม่ได้โอกาสที่งดงามกว่านี้อีกแล้ว

เหมือนหนึ่งมีหญิงสาวที่งาม เยอะพูนด้วยเสน่ห์ สวย และชวนมองกำลังเต้นระบำอย่างกวนโทสะอยู่ข้างหลังประตูทั้ง 2 บานจนถึงเลือกไม่ถูกนั่นแหละ แม้ประตูบานหนึ่งจะน่าเข้าไปมากกว่า แต่ว่าก็ตัดประตูอีกบานออกไปไม่ลงหรอก

ในเมื่อมีประตูถึง 2 บานเปิดอยู่ข้างหน้า แถมข้างหลังประตูมีสาวสวยกำลังโก่งบั้นท้ายพลางกวักมือเรียกให้เข้าไปโขยก มั่นใจว่ากุนซือผู้มีลักษณะทางใจอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ จะไม่ตกลงใจเลือกเข้าประตูเพียงแค่บานเดียวอย่างแน่นอนครับผม

ก็แค่นั้นอาจไม่ต่างอะไรจากการจับปลา 2 มือ

เมื่อเลือกประตูบานใดบานหนึ่งไม่ได้ก็ได้โอกาสเสมือนที่จะพุ่งชนเสาตรงกลางระหว่าง 2 ประตูจนถึงหงายหลังลงไปชักกับพื้น ซึ่งถ้าเกิดเป็นอย่างงั้นขึ้นมาจริงๆเรียนตามตรงว่าไม่ได้อยากจะคิดเลยครับผมคุณ

ฉะนั้น & ฉะนี้

นี่เป็นบทพิสูจน์ความสามารถของ โชเซ่ มูรินโญ่ อีกทีว่าจะจัดการกับสถานการณ์ที่ลักลั่นอย่างนี้อย่างไร โดยคาดว่าพี่แกจะว่ากันไปทีละนัด-ทีละนัด พลางปล่อยให้สถานการณ์เฉพาะหน้าเป็นตัวกำหนดว่าเขาจำเป็นจะต้องตกลงใจอย่างไร

ยูเวนตุสเตรียมทาบ ”เอล โชโล่” แทน อัลเลกรี

เบี่ยงโคเนรีเตรียมเดินหน้าทาบทาม ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เข้ามารับงานคุมทีมต่อจาก อัลเลกรี ที่กําลังตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าจะเข้ารับงานคุมอาร์เซนอล

 

กุนซือวัย 49 ปีเหลือสัญญาอยู่ในถิ่นตูรินอีกเพียง 1 ปีและกําลังตกเป็นข่าวว่าจะไปสานงานต่อจาก อาร์แซน เวนกอร์ นายใหญ่ของอาร์เซนอลที่กําลังจะหมดสัญญาลงในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้

 

ด้วยเหตุเป็บเป้ มาร็อตต้า ผู้อำนวยการทีม''ม้าลาย''จึงต้องหากุนซือคนใหม่เข้ามาแทนโดยเล็งไปที่ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือ ของแอตเลติโก้ มาดริดที่สนใจจะกลับมา กัลโช่ เซเรียอา อีกครั้งเหมือนสมัยยังเป็นนักเตะ

ผอ.โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัคปัดขาย ดาฮูด ให้โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

แม็กซ์ เอเบิร์ล ผอ.กีฬา สิงห์หนุ่ม ปฏิเสธข่าว มาห์มูด ดาฮูด มิดฟิลด์อนาคตไกลที่กําลังจะย้ายไปค้าแข้งให้กับ ดอร์ทมุนด์

สื่อเยอรมันรายงานว่า มิดฟิลด์วัย 21 กะรัต บรรลุข้อตกลงย้ายซบทีมดอร์ทมุนด์ แล้ว ซึ่งเขาเหลือสัญญาอีกเพียง 1 ปีกับต้นทีม

ทั้งนี้ ล่าสุดผอ.กีฬา ของทีมสิงห์หนุ่ม ได้ออกโรงปฏิเสธข่าวดังกล่าว และแสดงเจตนาว่าพวกเขายังต้องการต่อสัญญากับมิดฟิลด์ตัวเก่งต่อไป

บาร์เซโลน่าเคลื่อนยานดูด เบเญริน จากอาร์เซนอล

 

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แดนกระทิงเตรียมเดินหน้าทาบทาม เฮคเตอร์ เบเญริน กองหลังความเร็วแสงของ อาร์เซนอล มารวมทีม

 

กองหลังวัย 21 ปีพึ่งต่อสัญญากับทีมออกไป 6 ปีครึ่งเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

 

แต่ด้วยข่าว อาร์แซน เวนเกอร์ ที่อาจไม่ต่อสัญญาคุมทีมเดอะกันเนอร์ต่อไป อาจทําให้เจ้าตัวทบทวบเรื่องย้ายทีมขึ้นมา

 

บาร์ซ่าประสบปัญหาอย่างหนักในการหาตัวแทนของ ดานี่ อัลเวส ในตําแหน่งแบ็คขวาโดย อเล็กซ์ บิดัล ที่ดึงเข้ามาแทนก็ได้รับบาดเจ็บพักยาว